Browse Category by ข่าวทั่วไป
ข่าวทั่วไป

นักเดินป่าอึ้ง! พบซากเครื่องบินรบโบราณ สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์

นักเดินป่าพบซากเครื่องบินรบ บริเวณยอดเขานมสาว เขตรอยต่อระหว่าง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

คาดเป็นเครื่องบินสมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518 -2524

วันที่ 2 พ.ค.2560 ว่าที่ร้อยเอกฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนอง และ จ.ชุมพร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27-30 เม.ย.ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของ“อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนองและ จ. ชุมพร ได้ดำเนินการออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพโดยเขตจัดการอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวที่ 2 อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับทีมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

กระทั่ง ในวันที่ 28 เม.ย. ขณะเดินบนยอดเขาสูงได้พบซากเครื่องบินกระจัดกระจายอยู่บริเวณยอดเขานมสาว ในจุดปลายคลองพละเขตอทุยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร กับ จ.ระนอง ซึ่งคาดว่าตกมานานหลายปี ทั้งนี้ชิ้นส่วนเครื่องบินบางชิ้นเป็นรูปปลาฉลามตัวสีเหลืองปากสีแดงมีฟันสีขาวและคาดว่าน่าจะเป็นที่โคนหางเครื่องบินมีรูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์ธงชาติไทยมีเลข 94 ซึ่งเครื่องบินทั้งลำน่าจะเป็นสีเขียว

นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนบางชิ้นเป็นช่องของใบพัดเครื่องบินกล่องสีขาวขนาดความกว้าง 6 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนา 2 นิ้วและมีที่เสียบสายไฟคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่กล่องมีภาษาอังกฤษเขียนกำกับและลำตัวเครื่องบิน ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ภายในและเป็นเครื่องบิน 2 ที่นั่ง คาดว่าน่าจะเครื่องบินโจมตี 2ชนิด คือ อาจเป็นแบบ T-6 และ T-28D ใช้สมัยปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปี 2518 -2524

ข่าวทั่วไป

ชิต สายเบิร์น ชี้จุดขืนใจนักศึกษาบนเขา นับถึงสิบให้เหยื่อวิ่งหนี

 

ชิต สายเบิร์น ชี้จุดขืนใจนักศึกษาบนเทือกเขาภูพาน ให้เงินเหยื่อ 400 ก่อนนับถึงสิบให้วิ่งหนี

(16 ก.พ.) จากกรณีคดีสะเทือนขวัญนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังของ จ.กาฬสินธุ์ ถูกคนร้ายก่อเหตุซิ่งรถกระบะปาดหน้า โดยใช้อาวุธปืนยิงเหยื่อซึ่งเป็นนักศึกษาชายรุ่นพี่ปี 3 เข้าที่ใบหน้า ส่วนรุ่นน้องซึ่งเป็นนักศึกษาสาวปี 2 คณะเดียวกันถูกลากขึ้นรถกระบะ แล้วทำการขืนใจก่อนนำมาปล่อยทิ้งไว้บนเทือกเขาภูพาน เหตุเกิดเมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

ต่อมา นายทิษณุ อายุ 30 ปี หรือ ชิต สายเบิร์น ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอคำม่วง เพราะเกรงว่าจะถูกวิสามัญเนื่องจากผู้บังคับการตำรวจจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศจับตายหากพบมีการยิงต่อสู้ขัดขืนในระหว่างจับกุม

ล่าสุด พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ ตำรวจ สภ.นามน นำตัวคนร้ายพร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. ไปชี้รถกระบะแค็ปยี่ห้อโตโยต้า วีโก้สีดำ ทะเบียน บย 8560 ซึ่งเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ โดยเฉพาะบริเวณเบาะหลังแค็ปที่ใช้ขืนใจนักศึกษาสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้นำแพทย์เข้ามาเก็บหลักฐานตามร่างกายของผู้ต้องหา โดยการเก็บน้ำลายตามกระพุ้งแก้มและการเก็บเส้นผมเพื่อเป็นหลักฐานในคดี และนำไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่บริเวณที่คนร้ายพบเห็นสองนักศึกษา ชาย-หญิง ซึ่งขับรถมาติดไฟแดงตรงแยกทางเข้ามหาวิทยาลัย ถนนสายสมเด็จ-สกลนคร

จากนั้นได้ไปจอดรถข้างทางก่อนใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้นักศึกษาสาวถอดเสื้อผ้า แล้วลงมือขืนใจถึง 3 ครั้ง ก่อนขับรถขึ้นไปบนภูพานเพื่อเติมน้ำมันในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.สกลนคร และขับรถต่อไปยังจังหวัดสกลนคร แล้วทำการขืนใจนักศึกษาสาวอีก 1 ครั้ง ที่บริเวณริมถนนข้างทางพื้นที่ ต.ตาดโตน อ.เมือง จ.สกลนคร ก่อนที่จะปล่อยตัวให้นักศึกษาสาววิ่งลอดลวดหนาม โดยนับ 1-10 ให้โอกาสหนี

จากนั้นก็ได้ขับรถกลับไปพื้นที่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อทำการจอดทิ้งไว้ที่บ้านและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีขึ้นไปกบดานในป่ายางพารา โดยผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนสาเหตุก็เกิดจากปัญหาในครอบครัวทะเลาะกับภรรยาจึงได้ดื่มสุราและเสพยาบ้า ทำให้เกิดอาการเมายาบ้าจึงก่อเหตุขึ้น

โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่า, ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ, พาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ, ข่มขืนกระทำเชาเราผู้อื่น และกำลังจะแจ้งเพิ่มอีก 1 ข้อกล่าวหาคือ ชิงทรัพย์ เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้นำเงินของนักศึกษาจำนวน 1,000 บาท เพื่อทำการเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน จ.สกลนคร จำนวน 600 บาท ก่อนที่จะนำเงินให้นักศึกษาจำนวน 400 บาท และให้โอกาสนักศึกษาวิ่งหลบหนีไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.นามน ก่อนที่จะส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ในวันพรุ่งนี้

 

ข่าวทั่วไป

ย่านนี้เถื่อน โจ๋ซ้อนรถชักดาบ ฟันคอนักเรียนโรงเรียนดังหวิดขาด

 

นักเรียนขาสั้นถูกฟันคอหวิดขาดเสียชีวิตคาที่ ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กลับบ้านกับเพื่อน ซ้ำมือมีดยังก่อเหตุกับนักเรียนอีกกลุ่ม ที่อยู่ห่างไป 500 เมตร

เมื่อคืนวานนี้ (15 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตวจสอบสภาพศพ นายเบิ้ล อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ หลังถูกคนร้าย 2 คน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ตามมาฟันเข้าที่ลำคอด้านขวา บาดแผลลึกเข้าถึงหลอดลม เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตคาที่

จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณปากซอยบุญประชา ถ.หนามแดง-บางพลี ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยพบอาวุธมีดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ 1 เล่ม ซึ่งไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ ขณะที่เพื่อนผู้ตายอีก 5 คน ที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะที่นายเบิ้ลกับเพื่อนๆ รวม 6 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน ซ้อนคันละ 3 คน เดินทางมาจากทางวัดหนามแดง มุ่งหน้าไปทางถนนศรีนครินทร์

นายเบิ้ลนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลังสุดของรถจักรยานยนต์คันหลังที่ขับตามกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไม่ทราบสีและทะเบียนตามมา เมื่อตามมาถึงคนที่นั่งซ้อนท้ายมาก็ชักอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 60 เซนติเมตรออกมาฟันไปที่ลำคอของนายเบิ้ลทันที ทำให้นายเบิ้ลเสียชีวิตทันที

 

จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไปทางถนนศรีนครินทร์ และระหว่างทางห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 500 เมตร กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้อาวุธมีดดาบไล่ฟันกลุ่มนักเรียนซ้ำอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มของผู้เสียชีวิต ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนเช่นกัน เหตุดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บไปอีก 3 ราย ในจำนวนนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะถูกฟันเข้าที่ศีรษะและแขน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เทน้ำหนักไปที่เรื่องความขัดแย้งต่างสถาบัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะนำกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปทำการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุว่าเคยมีความขัดแย้งกับใครหรือนักเรียนต่างสถาบันหรือไม่ เพื่อติดตามมือมีดโหดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

 

ข่าวทั่วไป

หนุ่มเดินข้ามทางม้าลาย จู่ๆ เจอแท็กซี่พุ่งชน แถมต่อยหน้าพังยับ

 

(14 ก.พ.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจาก เฟซบุ๊ก Wipas Toon Wimonsate ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์เจออุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่ชนบนทางม้าลาย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 ก.พ. เวลา 19.30 น. ผู้โพสต์อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

“วันดีๆ เสียเพราะแท็กซี่เลวๆ หนึ่งคน ขณะกำลังข้ามถนนกับเพื่อนเพื่อไปกินข้าวเย็นเวลา 19.30 น. เดินบนทางม้าลายข้ามมาได้สองเลนแล้ว รถจอดให้ทั้งสองเลน มาถึงเลนสุดท้ายซ้ายสุด แท็กซี่วัยน่าจะประมาณ 30 พุ่งมาแบบไม่คิดจะจอด

เราผงกหัวให้ขอให้จอด ดูเหมือนมันจะชะลอลง เรากับเพื่อนก็ก้าวต่อ แท็กซี่ดันพุ่งต่อเข้ามาใส่ เราตกใจใช้เท้ายันด้านข้างของหน้ารถมันเพื่อโดดถอยกลับ แท็กซี่เลยเบรกจอด เพื่อนกระโดดหนีขึ้นฟุตปาธไปได้ (ไม่งั้นเพื่อนคงโดนชน)

แท็กซี่เปิดประตูมา ดันกระแทกใส่ขาเราอีก เราก็ดันประตูกลับ ก็เจ็บนี่หว่า มันดันตัวออกมาแล้วต่อยเรารัวๆ เราได้แต่ป้องกันตัว โชคดีที่พี่วินสองสามคนเข้ามาช่วยเราไว้และขู่แท็กซี่ มันเลยหยุดแล้วขับหนีไปดื้อๆ

ก็แจ้งตำรวจไป พี่วินเรียกปอเต็กตึ๊งเอารถพยาบาลมารับไปหาหมอ เย็บ 4 เข็มที่คิ้วข้างซ้าย (พี่วินบอกว่าแท็กซี่น่าจะใส่แหวน) กระดูกจมูกร้าว หน้าด้านซ้ายช้ำ จบจากหมอก็ไปหาตำรวจ (สามีของเพื่อนมารับ) แจ้งความไป ตำรวจบอกจะเอาเรื่องให้หนัก กำลังตามจับตัวอยู่ แต่ยังติดต่อศูนย์แท็กซี่ไม่ได้

#ข้ามถนนเมืองกรุงยังยากเหมือนสมัยสรพงษ์ยังหนุ่ม #เลือดสาด #พาวเวอร์แบงค์กระเด็นหาย #สร้อยคอขาดกระเด็นหาย #กรุงเทพชีวิตดี๊ดี”

ข่าวทั่วไป

วาเลนไทน์ปีนี้หวานชื่น ตร.จราจรแจกดอกกุหลาบให้แต่เช้า

 

(14 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันวาเลนไทน์ 2561 เริ่มต้นอย่างคึกคัก หลายพื้นที่มีการจัดกิจกรรมให้กับคู่รักอย่างหวานชื่น โดยเฉพาะอาคารไปรษณีย์กลาง สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ที่มีรายงานว่ามีคู่รักจำนวนมาก รอต่อคิวเข้าจดทะเบียนสมรสตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

 

ขณะที่โซเชียลมีเดียโพสต์ภาพน่ารักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าข้าม ในเช้าวันนี้ได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกบนถนนพระราม 2 โดยมีประชาชนได้รับดอกกุหลาบเป็นของขวัญในวันแห่งความรัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่งมอบให้กับผู้ขับขี่ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน อีกทั้งยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่ทั่วประเทศก็นิยมมอบดอกกุหลาบเช่นนี้

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้รถใช้ถนนยังพบว่า คอนโดนิเนียมบางแห่งได้ทำการแปรอักษรจากดวงไฟบนตัวอาคาร ให้กลายเป็นรูปหัวใจ เพื่อตอนรับวันวาเลนไทน์อีกด้วย
วข้อง

 

ข่าวทั่วไป

ประวิตร งดพูด หมอธี วิจารณ์ควรลาออกปมนาฬิกา

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชุมคณะรัฐมนตรี

 

แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดใด กับสื่อมวลชนแม้จะพยายามถามถึงกรณี ที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยระบุถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร ว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้ว นั้น ซึ่งพล.อ.ประวิตร แต่ได้หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลไปทันที

ทางด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรอง ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่เรือนแรกแล้ว นั้น เรื่องนี้ส่วนตัวได้ทราบจากกระแสข่าวที่มีออกมาเช่นกัน ขอไม่ออกความเห็นใด ๆ และไม่ทราบเจตนารมย์
ในการพูดครั้งนี้ของนพ.ธีระเกียรติ

ส่วนเรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดรอยร้าว ในคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอไม่ออกความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ขอให้ไปถามจากนายกรัฐมนตรีเอง

ข่าวทั่วไป

โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม พร้อมเพื่อน ซื้อพัดลม 50 เครื่องถวายวัด หลังถูกลอตเตอรี่ 166 ใบ

 

โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง กับ นายณเดช อ่ำภิรมย์ ได้เดินทางมาถวายพัดลมจำนวน 50 เครื่อง หลังจากถูกลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว จำนวน 166 ใบ

เมื่อเวลา 16.00 น. (11 ก.พ. 61) นายพงษ์ศักดิ์ โสภักดี หรือ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง ร่วมกับ นายณเดช อ่ำภิรมย์ ประธานชมรมเปิดบ้านพระเครื่อง และฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ได้เดินทางมาถวายพัดลมจำนวน 50 เครื่อง กับพระอธิการเสน่ห์ ขนฺติโก เจ้าอาวาสวัดช้างใหญ่ ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

เนื่องจากโป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม และนายณเดช อ่ำภิรมย์ ประธานชมรมเปิดบ้านพระเครื่อง ทั้ง 2 คนถูกลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว จำนวน 166 ใบ โดยนำเลขจากการจุดประทัด 100,000 นัด ที่อาศรมฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ เลขที่ 53 ม.4 ตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ติดจังหวัดปทุมธานี) ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 สะพานเปิด

จึงได้ร่วมกันซื้อพัดลมจำนวน 50 เครื่อง มาถวายที่วัดช้างใหญ่ เพื่อนำไปเป็นของขวัญสอยดาวในงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อดำและหลวงพ่อขาว ปกติจะไม่อนุญาตให้ประชาชนปิดทองที่องค์พระ แต่ในวันที่ 26-28 ก.พ. 61 จะเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าไปปิดทองที่องค์พระได้ เพื่อขอศีลขอพรให้เกิดสิริมงคลกับชีวิตและครอบครัว

ด้านโป๊งเหน่งกล่าวว่า ได้นำพัดลมจำนวน 50 เครื่อง มาถวายวัดช้างใหญ่เพื่อมาใช้เป็นของขวัญในงานสอยดาวเป็นงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อดำหลวงพ่อขาว และทำบุญให้กับอดีตเจ้าอาวาส เมื่อประชาชนที่แวะเวียนเข้ามากราบพระขอพรทำบุญ ซึ่งในช่วงกลางคืนจะมีร้านสอยดาวให้ประชาชนได้มีโอกาสได้ลุ้นรับรางวัล โดยค่าบัตรสอยดาวราคา 20 บาท รายได้จะทำมาบูรณะวัดช้างใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในอดีต ที่ชาวมอญจะเลี้ยงช้างศึกเพื่อถวายพระมหากษัตริย์ โดยวัดช้างใหญ่จะห่างจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพียง 500 เมตร

ส่วนพระอธิการเสน่ห์ ขนฺติโก เจ้าอาวาสวัดช้างใหญ่ กล่าวว่า วัดช้างใหญ่ได้จัดงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อดำหลวงพ่อขาว ทำบุญอดีตเจ้าอาวาส โดยทุกปีได้รับความอนุเคราะห์จากฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ทำสิ่งของมาถวายในงานบุญทุกปี

ที่ผ่านมา ฤๅษีเณรได้ถวายแต่สิ่งของใหญ่ๆ อย่างเช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ซึ่งจะได้น้อยชิ้น ครั้งนี้ทางฤๅษีเณรและศิษย์จะนำมาถวายอีกจึงได้ขอให้เป็นพัดลมแทน เนื่องจากจะได้ของขวัญให้กับประชาชนมาร่วมงานหลายชิ้น ในส่วนของขวัญอื่นทางวัดก็กำลังเตรียมงานกัน เพื่อรองรับประชาชนเดินทางมาเที่ยวงานวัดซึ่งทางวัดจัดขึ้นในวันที่ 26 – 28 ก.พ. 61 เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และในวันที่ 27 ก.พ.61 จะเป็นงานทำบุญให้กับอดีตเจ้าอาวาสของวัดช้างใหญ่

 

ข่าวทั่วไป

ไม่ผิดกฎหมาย พนักงานสาวนุ่งผ้าขนหนูเรียกลูกค้า จนท.แค่ตักเตือน

 

บุกตรวจร้านเหล้าภูเก็ต ให้พนักงานสาวนุ่งผ้าขนหนูเรียกแขก จับไม่ได้เพราะยังไม่ผิดกฎหมาย

(10 ก.พ.) เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น ฝ่ายปกครองลงตรวจสอบ ร้านเหล้า ข้าง บขส.เก่า ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากที่กำลังโด่งดังและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง หลังมีการประชาสัมพันธ์ร้านโดยให้พนักงานสาว กว่า 30 คน นุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวมาให้บริการลูกค้า ทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม

เบื้องต้น ตรวจสอบปรากฎว่ามีพนักงานสาวสวยนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวนั่งอยู่หน้าร้านประมาณ 5-6 คนจริง และเมื่อเข้าไปภายในร้านปรากฎว่าไม่มีลูกค้ามาใช้บริการแม้แต่คนเดียว ภายในร้านมีเพียงพนักงานสาวสวยนุ่งผ้าขนหนูสีขาว นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือกันตามมุมต่างๆ ภายในร้าน และไม่มีการโชว์โคโยตี้เซ็กซี่แต่อย่างใด มีเพียงการเปิดเพลงเบาๆ เท่านั้น เจ้าหน้าที่จึ่งทำการตัวบัตรประชาชนพนักงานทุกคน และขอตรวจสอบใบอนุญาตเปิดสถานประกอบการปรากฎพบว่าเป็นสถานประกอบการประเภท 3 ที่ให้บริการได้ถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น

เจ้าหน้าที่จึงบันทึกให้ น.ส.มัทนา อายุ 32 ปี เจ้าของร้านลงนามในบันทึกว่ากล่าวตักเตือนว่าจะควบคุม ดูแลพนักงานในร้านไม่ให้แต่งกายเพื่อบริการหรือเพื่อแสดงที่เป็นไปในทางส่อลามกหรืออนาจาร ห้ามไม่ให้มีการค้าประเวณีโดยเด็ดขาด และให้ปิดบริการในเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีการแสดงหรือโชว์ตามที่ประชาสัมพันธ์ลงในสื่อโซเชียลจะทำการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที แต่ในครั้งนี้ถือว่ายังไม่ได้มีการโชว์หรือแสดงเพียงแต่เตรียมการโชว์หรือแสดงเท่านั้นยังไม่ถือว่ากระทำความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้แต่เพียงว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น

 

ข่าวทั่วไป

ไฟไหม้คอนโดฯ ซอยพหลโยธิน 34 ลุกลามวอดวายห้องพัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดมิเนียน ซอยพหลโยธิน 34 ลุกลามไปยังชั้นใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบชั่วโมงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. สายด่วน 191 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ภายในคอนโดนิเนียม “เกษตรเรสซิเดนท์” ซอยพหลโยธิน 34 ย่านเกษตร-นวมินทร์ ตรวจสอบพบกลุ่มควันพบออกมาจากอาคารต้นเพลิงคือ อาคาร B ชั้น 7-8 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง

 

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ แต่ยังคงต้องเฝ้าดูสถานการณ์เพราะเกรงว่าเพลิงจะลุกไหม้ขึ้นมากอีก เบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมอาคารชุด 5 เฟส เจ้าหน้าที่พบว่ามีเปลวเพลงอยู่ที่ชั้น 6-7 และลุกลามไปยังชั้น 8 ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ โดยพบว่าเกิดความเสียหายจากไฟไหม้พอสมควร

ข่าวทั่วไป

ชื่นชม “น้องพลอย” กู้ภัยเด็กวัย 8 ขวบ จิตอาสาชอบช่วยประชาชน

น่าชื่นชม “น้องพลอย” อาสากู้ภัยตัวน้อย 8 ขวบที่จังหวัดสุรินทร์ ใช้เวลาว่างเป็นจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ได้พบกับ น้องพลอย หรือ ด.ญ. ศรัณยา อ้นใจเอื้อ อายุ 8 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านผำ ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ เข้าเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

น้องพลอย ได้ทำการรักษาคนแบบเจ็บและทำกิจกรรมร่วมกับนายนิรุตน์ อ้นใจเอื้อ ผู้เป็นพ่อ หัวหน้ากู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ และรุ่นพี่วัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ที่เข้ามาเป็นจิตอาสาการช่วยเหลือสังคม น้องพลอย ยังมีความสามารถพิเศษในการทำหน้าที่รายงานวิทยุสื่อสาร การรายงานหากในกรณีลงพื้นที่พบผู้บาดเจ็บรถชนก็จะรายงานวิทยุประวัติของผู้บาดเจ็บได้อย่างคล่องแคล่ว

น้องพลอย เปิดเผยว่า เห็นพ่อแม่เป็นเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ ตั้งแต่เกิดมา พอเริ่มเดินได้ บางครั้งก็พ่อและแม่ก็พาออกเหตุไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุบ้าง จนกระทั่งน้องพลอย อายุ 5 ขวบ ก็เริ่มเรียนรู้และขอตามมาทำหน้าที่เป็นอาสากู้ภัยด้วยใหม่ๆ ก็อาจจะทำอะไรได้ไม่มาก

แต่ปัจจุบัน ทำหน้าที่อาสากู้ภัยได้ดี ไม่แพ้พี่ๆ อาสาที่เป็นผู้ใหญ่เลย โดยจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุด ไปอยู่ดูแลประจำจุดที่รับผิดชอบในพื้นที่ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์

ขณะที่ พ่อของน้องพลอย รองหัวหน้ากู้ภัยสุรินทร์ จุด อ.โนนนารายณ์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่จะส่งเสริมให้น้องพลอยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมให้มีจิตอาสาพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน อีกทั้งมีตน และภรรยา คอยให้คำแนะนำและดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอด จึงได้ส่งเสริมให้น้องพลอยได้ทำหน้าที่เป็นอาสากู้ภัย ตามที่น้องพลอยต้องการและยังปลูกฝังให้น้องพลอยรู้จักคำว่า จิตสาธารณะ